Online : 41 people
C
ontents
H
ot Link
C
heck Mail
ปราณี รัตนสุวรรณ
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
>>.>> - - ในฤดูร้อน ที่ไกล้นี้ขอแนะนำในการดูแลสุขภาพโดยการรับประทานผลไม้ ๓ อย่างเพื่อสมดุลธาตุทั้งสี่ ในร่างกาย ผลไม้ ๓ อย่างในตำรับการแพทย์แผนไทย ประกอบ ด้วย สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม ซึ่งรวมเรียกว่า ตรีผลา ตรี แปลว่า สาม ผลา คือ ผลไม้ จึงรวมเรียกว่า ตรีผลา หรือ พิกัดตรีผลา
> ------------------------------------------------- - พิกัดตรีผลาว่าถึงผลไม้--------------------------จัดเอาไว้สามส่วนควรเสาะหา
> ------------------------------------------------- -
สมอพิเภก สมอไทย ล้วนป็นยา----------------- -มีคุณค่ามากมายหลายประการ
> ------------------------------------------------- -มะขามป้อมลูกเดียวเปรี้ยวหวานขม------------ -ช่างน่าชม มีรส โอสถสาร
> ------------------------------------------------- -แก้เสมหะ วาตะ แก้ดีซ่าน----------------------- -แก้สมุฏฐานทั้ง สี่ มีในกาย
> ------------------------------------------------- -คือ กองสมุฏฐานธาตุ และอาย------------------- -ทั้งอุตุบริบูรณ์ ไม่สูญหาย
> ------------------------------------------------- -เป็นของดี มีค่า นับไม่ได้ ------------------------ -โบราณใช้เป็นโอสถ รสโอชา

>>.>> - - เพื่อให้สะดวกในการจดจำ และเขียนตำรายา ตรีผลาเป็นตำรับยาแก้โรคในฤดูร้อน (คิมหันตฤดู) เป็นตำรับยาสมุนไพรพื้นฐานที่มีสรรพคุณช่วยรักษาสมดุลธาตุทั้ง สี่ในคิมหันตฤดู ในการเตรียมเป็นยาจะใช้สัดส่วนเสมอภาคหรือน้ำหนักเท่ากันทุกตัว โดยสมุนไพรแต่ละชนิดมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ดังนี้
>>.>> - - ๑. สมอไทย (Samo thai) Termimalia chebula Retz.
>>.------>>
วงศ์ >>.------COMBRETACEAE
>>------.>> ชื่ออื่นๆ >>.---มออัพยา (ภาคกลาง) กกส้มมอ (อีสาน) หมากแน่ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ม่าแน่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่)

>>.>> - - ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

>>.>> - สมอไทย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงสูงใหญ่ สูง ๒๐ – ๓๕ เมตร ลำต้นมักเปลาตรง ไม่มีพูพอน หรือมีบ้างเล็กน้อยตรงส่วนที่
ติดกับพื้นดินเปลือกหนาสี น้ำตาล แก่ค่อนข้างดำ
>>.>> - ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้ามหรือเกือบตรงกันข้าม รูปรี รูปไข่ หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขนาดกว้าง ๑๐ - ๑๓ เซนติเมตร ยาว ๑๘ – ๒๘ เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบมนและมักเบี้ยวเล็กน้อย ขอบใบเรียบบริเวณขอบใบใกล้โคนใบมีต่อม
อยู่คู่หนึ่ง ขอบใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลอ่อนอยู่หนาแน่นเรียงเเป็นระเบียบเนื้อใบ เนื้อใบหนา หลังใบสีเขียวจัดมีขนสีขาว ท้องใบสีจางกว่าคลุม
ีด้วยขนนุ่มสีน้ำตาลอ่อนอยู่หนาแน่นเรียงเป็นระเบียบ เมื่อใบแก่ ขนด้านท้องใบจะร่วงหลุดไปหมด หรือเกือบ หมด ก้านใบยาว ๑.๘ – ๒.๕ เซนติเมตร
>>.>> - ดอก ออกเป็นช่อยาว บริเวณแผลใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกไม่แตกแขนง ออกเป็นกระจุก กระจุกละ ๔-๗ ช่อ ปลายช่อห้อยลงดอก ย่อยมีขนาดเล็ก สีขาวนวลหรือสีเหลือง อ่อน มีกลิ่นหอม เป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมื่อบานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓- ๔ มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ด้านในมีขน ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้มี ๑๐ อัน เรียงเป็น ๒ แถวรอบรังไข่ รังไข่มี ๑ ช่อง
>>.>> - ผลเป็นแบบมีเนื้อ รูปไข่กลับ รูปไข่ หรือรูปกระสวย กว้าง ๒ - ๓ เซนติเมตร ยาว ๓ - ๔ เซนติเมตร มีเหลื่ยม ๕ เหลี่ยม(อาจมาก ว่า น้อยกว่า หรือไม่เห็นเหลื่อมเลย ก็ได้) ผิวไม่มีขน มีเมล็ดแข็งเมล็ดเดียว
>>.>> - - ตำราสรรพคุณยาโบราณว่า
>>>,, - ลูกอ่อนมีรสเปรี้ยว ใช้เป็นยาระบาย แก้โลหิตในท้อง แก้น้ำดีพิการ
>>.>> - ลูกแก่ มีรสฝาดเปรี้ยว ขมเล็กน้อย แก้ไข้เพื่อเสมหะ แก้โลหิตในอุทร แก้น้ำดีพิการ เป็นยาระบาย รู้ถ่ายรู้ปิดเอง แก้ลมป่วง แก้พิษร้อนภายใน แก้ลมจุกเสียด ถ่ายพิษไข้ >,,,,,,,>คุมธาตุ แก้ไอเจ็บคอ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้เสมหะเป็นพิษ แก้ดีพลุ่ง แก้อาเจียน บำรุงร่างกาย ผลสมอแก่ดองกับน้ำมูตรโค ดื่มแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ >,,,,,,,>แก้อ่อนเพลีย
>>.>> - ผลสมอแก่แห้งบดเป็นผงโรยแผลเรื้อรัง
>>.>> - เนื้อลูกสมอมีรสฝาดเปรี้ยว แก้บิด แก้ท้องผูก ท้องขึ้น ท้องอืด และท้องเฟ้อ แก้โรคเกี่ยวกับน้ำดี แก้โรคท้องมาน แก้ตับ ม้ามโต แก้อาเจียน แก้สะอึก แก้อืดไอ >,,,,,,,>แก้ท้องร่วงเรื้อรัง
>>.>> ---๒. สมอพิเภก .---( Samo phipek ) Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.
>>.------>>
วงศ์ >>.------ COMBRETACEAE
>>------.>> ชื่อสามัญ>>---Beleric myrobalan
>>------.>> ชื่ออื่นๆ >>.---
สมอแหน (ภาคกลาง) แหน แหนต้น แหนขาว (ภาคเหนือ) ลัน (เชียงราย) สะคู้(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ซิบะดู่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่)

>>.>> - - ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

>>.>> - ต้นสมอพิเภกเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ ๒๐- ๓๕ เมตร เปลือกต้นสีเทาอมน้ำตาล หรือเป็นสีดำๆ ด่างๆ กระจาย กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมประปราย
>>.>> - ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ กันเป็นกลุ่มอยู่ที่ปลายกิ่ง รูปรีแกมรูปไข่กลับ ขนาดกว้าง ๙- ๑๕ เซนติเมตร ยาว ๑๓- ๑๙ เซนติเมตร ก้านใบยาว ๔- ๖ เซนติเมตร ที่บริเวณกึ่งกลางก้านใบมีต่อม ๑ คู่ ปลายใบมนหรือ เป็นติ่งสั้นๆ ฐานใบสอบเข้าหากันเป็นรูปลิ่ม หลังใบมีสีเขียวจัด มีขนสีน้ำตาลอ่อน ท้องใบสีจางออกเทา มีขนนุ่ม ขนจะร่วงหลุดไปเมื่อใบแก่
>>.>> - ดอก ดอกออกเป็น ช่อเดี่ยวๆ ที่ซอกใบหรือเหนือรอยแผลใบช่อดอกยาว ปลายช่อจะห้อยย้อยลง ยาว ๑๐ – ๑๕ เซนติเมตร ดอก ตัวผู้จะอยู่ที่ปลายช่อ ส่วนดอกสมบูรณ์เพศจะอยู่ที่โคนช่อดอก ดอกย่อยไม่มีก้านดอก กลีบเลี้ยงมี ๕ กลีบ สีขาวค่อนข้างเหลืองเชื่อมติดกัน เป็นรูปถ้วย มีขนทั่วไป เกสรตัวผู้มี 10 อัน ซ้อนเป็น ๒ แถว ก้านเกสรยาวราว ๒ – ๓ มิลลิเมตร โคนก้านมีขนสีน้ำตาล รังไข่ค่อนข้างแป้น ภายในมี 1 ช่อง
>>.>> - ผล ผลเป็นแบบมีเนื้อแข็งรูปกลมหรือรูปกลมรี ป่องกลางขนาดยาว ๒.๕ – ๓ เซนติเมตร กว้าง ๑.๕ – ๒ เซนติเมตร ไม่มีกลีบ ผิวนอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลหนาแน่น มีเมล็ดแข็งเมล็ดเดียว
>>.>> - - ตำราสรรพคุณยาโบราณว่า
>>>,, - ใบ เป็นยาแก้บาดแผล ดอก เป็นยาแก้โรคตา
>>.>> - เมล็ด เป็นยาแก้บิด เปลือกต้น เป็นยาขับปัสสาวะ
>>.>> - ราก ใช้แก้โลหิตร้อน
>>.>> - ลูกอ่อน มีรสเปรี้ยว มีสรรพคุณแก้ไข้เพื่อเสมหะ ไข้เจือลม ขับลม ขับเสมหะ
>>.>> - ลูกแก่ มีรสเปรี้ยวฝาดสุขุม มีสรรพคุณแก้เสมหะจุกคอ ทำให้ชุ่มคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบบำรุงธุาต แก้ไข้ แก้ริดสีดวง
>>.>> --๓ . มะขามป้อม ( Makham pom ) Phyllanthus emblica Linn.
>>.------>>
วงศ์ >>.------ EUPHORBIACEAE
>>------.>> ชื่อสามัญ>>---Emblic myrabolan, Malacca tree , Indian Gooseberry
>>------.>> ชื่ออื่นๆ >>.---
กำทวด (ราชบุรี) กันโตด (เขมร- จันทบุรี) สันยาส่า มั่งลู (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

>>.>> - - ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

>>.>> - มะขามป้อม พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าแดง หรือป่าแพะ ในทุกภาคของประเทศยกเว้นภาคใต้ ต้นมะขามป้อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง ๘ – ๑๒ เมตร ลำต้นมักคดงอบ้างเล็กน้อย เปลือกต้นมีสีน้ำตาลอมเทา ผิวเรียบหรือค่อนข้างเรียบเรือนยอดแผ่กระจาย รูปทรงกลมหรือรูปร่ม ปลายกิ่งมักลู่ลง
>>.>> - ใบ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงกันข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย เป็นสองแถวในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานปลายใบแหลม โคนใบมน ขนาดกว้าง ๐.๔ – ๐.๗ เซนติเมตร ยาว ๑ – ๑.๒ เซนติเมตร
>>.>> ดอก ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกย่อยสีขาวหรือสีนวล มีขนาดเล็กมาก แยกเพศ แต่ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนต้นเดียว
กันมีกลีบรวม ๕ – ๖ กลีบ ดอกตัวผู้มีเกสรตัวผู้ ๓ อัน มีกลีบฐานดอกเล็กๆ ๖ แฉก ส่วนดอกตัวเมียมีรังไข่ ๓ ช่องกลีบฐานดอก ผสานกันเป็นรูปถ้วยเล็กๆ
>>.>> - ผล ผลมีเนื้อ รูปกลม ผิวเรียบ มีเส้นริ้วตามยาวพอสังเกตได้ ๖ เส้น ผลแก่จัดมีสีเขียวอ่อนค่อนข้างใส เมล็ดกลมสีเขียว แข็ง มี ๑ เมล็ด
ต้นมะขามป้อมนี้ชาวบ้านใช้ต้นทำเสาบ้านเสาเข็ม หรือกระดานปูพื้น ทำด้ามเครื่องมือเกษตร และใช้ทำฟืนทำถ่านได้ เปลือกและใบให้สี
น้ำตาลแกมเหลืองใช้ในการย้อมผ้า

 

 

>>>>- เอกสารอ้างอิง
>>.>> -
๑. เต็ม สมิตินันทน์ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ ๒ บริษัทประชาชนจำกัด กรุงเทพฯ ๒๕๔๔
>>.>> -
๒. ชยันต์ พิเชียรสุนทร , แม้นมาส ชวลิต และวิเชียร จีรวงส์ คำอธิบาย ตำราพระโอสถพระนารายณ์ พิมพ์ครั้งที่ ๒ สำนักพิมพ์อมรินทร์ กรุงเทพฯ ๒๕๔๒
>>.>> -
๓. ชยันต์ พิเชียรสุนทร และวิเชียร จีรวงส์ คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย เล่ม ๕ คณาเภสัช สำนักพิมพ์อมรินทร์ กรุงเทพฯ ๒๕๔๗
>>.>> -
๔. มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา พฤกษชาติสมุนไพร บริษัท สามเจริญพาณิชย์ กรุงเทพฯ ๒๕๔๙
>>.>> -
๕. วุฒิ วุฒิธรรมเวช คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์ พิมพ์ครั้งที่ ๒ บริษัท ศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด กรุงเทพฯ ๒๕๔๗
>>.>> -
๖. อาจารย์นิ่ม นิ่มหนู เภสัชกรรมคำกลอน ๒๕๔๑

N
ews !

ยาสมุนไพร
บทความวิชาการ

-
พิมเสน
- บัว:ราชินีแห่งน้ำ
- ชาเขียว
- บุนนาค...พืชมงคล
-
สารลดน้ำตาลในเลือด
จากใบอินทนิล

- สมุนไพร
กับยาระงับความรู้สึก

- สปา : ความงามกับสุขภาพ
- สมุนไพร
บรรเทาอาการปวด


Download 
template_graduate

แผนที่โฮมเพจ กระดานข่าว
สมุดเยี่ยม

ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90112
โทร. +66-7442-8220, +66-7428-8891 แฟกซ์ +66-7442-8220
Contact Webmaster : : suriya.k@psu.ac.th
Best viewed by Microsoft Internet Explorer with 800x600 screen resolution
last update
27.03.09 16:05
visitors since 19-06-2001